เว็บเดิมพันกีฬา ผมช็อคเลย! บอสนิชชี้ มูรินโญควรรับมือสื่อได้ดีกว่าโวยใส่ในห้องแถลง

เว็บเดิมพันกีฬา

อดีตผู้รักษาประตูแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เห็นว่านายใหญ่คนปัจจุบันของทีม ควรมีวิธีรับมือกับสื่อมวลชนที่ดีกว่าการโวยวายใส่จนกลายเป็นข่าวใหญ่
มาร์ค บอสนิช อดีตผู้รักษาประตูของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เห็นว่า โชเซ มูรินโญ ควรดู เมาริซิโอ โปเช็ตติโน กุนซือของท็อตแนม ฮอตสเปอร์ เป็นตัวอย่าง ในการรับมือกับสื่อมวลชน

เว็บเดิมพันกีฬา นายใหญ่ปีศาจแดงได้ขึ้นหน้าหนึ่งอีกครั้งหลังแถลงข่าวสุดเดือดดาล หลังจบเกมพรีเมียร์ลีกนัดที่ทีมของเขา แพ้ให้กับสเปอร์ส คาบ้าน 3-0 ด้วยการโวยวายใส่ผู้สื่อข่าว และตะโกนซ้ำ ๆ ว่าให้ “เคารพ” คนที่ได้แชมป์พรีเมียร์ลีกมาสามสมัยอย่างเขาบ้าง

ก่อนหน้านี้ อดีตผู้จัดการทีมเชลซีก็เปิดประเด็นอยู่บ่อย ๆ ในเรื่องปัญหาการไม่ได้ตัวผู้เล่นที่ต้องการมาเสริมทัพเนื่องจากสโมสรไม่ทำตามความต้องการ แต่สุดท้ายทีมของเขาก็ต้องมาเสียท่าให้กับไก่เดือยทอง ทีมเดียวในฤดูกาลนี้ที่ไม่เสริมทัพผู้เล่นใหม่เลย ทำให้ทุกอย่างยิ่งดูเลวร้าย ซึ่งอดีตผู้รักษาประตูทีมชาติออสเตรเลียก็รู้สึกไม่สบายใจ

“ผมช็อคจริง ๆ นะ แต่ละอย่างที่เห็นในข่าว ที่ฟังในแถลง ไม่สบายใจเลยครับ” บอสนิชให้สัมภาษณ์กับ Omnisport

“ผมเป็นแฟนมูรินโญคนหนึ่ง เป็นมาเสมอ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นตอนท้ายในแถลงข่าวนั่น ไม่ได้ดูดีเลย ทั้งกับตัวเขา กับสโมสร

“เห็นได้ชัดว่ามีปัญหาเกิดขึ้นเบื้องหลัง เกี่ยวกับการซื้อขายผู้เล่น แต่เขาทำงานให้สโมสร ไม่ใช่สโมสรทำงานให้เขา

“ถ้าพวกเขา(สโมสร)ตัดสินใจจะไม่ใช้เงิน เขาควรจะเรียนรู้จาก(เมาริซิโอ)โปเช็ตติโนสักนิด แล้วรับมือมันให้ได้”

“ผมไม่คิดว่าพวกเขาจะได้แชมป์หรอก แต่มีดีพอจะลุ้นแชมป์แน่” บอสนิชกล่าวถึงโอกาสของปีศาจแดงในฤดูกาลปัจจุบัน “พวกเขาจบอันดับสองฤดูกาลที่แล้ว ถึงจะตามหลัง 19 คะแนนก็ตาม เขา(มูรินโญ)แค่ต้องดึงพลังของทุกคนออกมาให้ได้ ให้ผู้เล่นของเขาอยู่ในฟอร์มที่ดีที่สุด

“ผู้เล่นส่วนใหญ่เขาเป็นคนเซ็นมาเอง เขาพยายามจะเปิดประเด็นเสมอเวลาต้องการผู้เล่นใหม่ มันก็เหมือนเวลาผู้เล่นกับผู้จัดการทีมทะเลาะกันน่ะ 99.9เปอร์เซ็นต์ ผู้จัดการทีมจะชนะ พอผู้จัดการทีมทะเลาะกับบอสของสโมสร 99.9เปอร์เซ็นต์ สโมสรชนะอยู่แล้ว

“เขาเพิ่งเซ็นสัญญาฉบับใหม่ไปไม่นาน เขาควรจะนั่งลงแล้วตัดสินใจดี ๆ ว่าจะเอายังไงแน่

“ถ้าคิดว่าพอได้แล้ว เขาก็รู้ว่าต้องทำยังไง เขาอยู่มานานพอสมควรแล้วนะ”

เว็บบอล SBOBET ใครขว้าง? แข้งค้างคาวเห็นวัตถุลอยในอุโมงค์บาร์ซา

เว็บบอล SBOBET

แนวรุกไอ้ค้างคาวเผยเห็นวัตถุบางอย่างถูกขว้างระหว่างเดินเข้าอุโมงค์หลังจบเกมบุกชนะบาร์ซา

เว็บบอล SBOBET ซานติ มินา ปีกดาวโรจน์ของบาเลนเซีย เผย เขาเห็นวัตถุลอยในระหว่างเดินในอุโมงค์สนามคัมป์นู หลังพลิกล็อคบุกเฉือนบาร์เซโลนา 1-2 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

ดาวเตะวัย 20 กะรัต ทำ 1 ประตูในเกมนี้ พร้อมช่วยทีมเก็บสามแต้มกลับบ้านได้สำเร็จ แต่มีเหตุการณ์วุ่นวายเกิดขึ้นเล็กน้อยหลังจบเกมดังกล่าว เมื่อ เนย์มาร์ ดาวยิงเจ้าบ้านเดินเข้าไปตบหน้า อันโตนิโอ บาร์รากาน แนวรับทีมเยือน แต่ดีที่แข้งไอ้ค้างคาวยังช่วยห้ามปรามไว้ได้ทันก่อนเรื่องราวจะบานปลาย

อย่างไรก็ดี มีรายงานบางฉบับระบุว่าความวุ่นวายไม่ยังไม่จบแค่นั้น เพราะกองหน้าทีมชาติบราซิลยังขว้างขวดน้ำไปยังคู่กรณีระหว่างเดินเข้าอุโมงค์ด้วย ล่าสุดมินายอมรับว่าเห็นวัตถุบางอย่างถูกขว้างมาแต่ไม่ได้ระบุว่าเป็นฝีมือของใคร

“ผมรู้ว่ามีบางอย่างลอยมา ผมเห็นมัน แต่ผมหลบมันและเข้าไปฉลองชัยชนะในห้องแต่งตัว” มินา กล่าว

“มันเป็นเกมที่เต็มไปด้วยความตรึงเครียด เพราะบาร์ซาลงเล่นเพื่อตำแหน่งแชมป์”

ขณะเดียวกัน ดาวเตะทีมชาติสเปนชุดยู-21 ยังกล่าวถึงเนย์มาร์ว่า “ผมไม่รู้นะว่าเขารู้จักแพ้หรือเปล่า เขาเป็นนักเตะชั้นยอด คุณคงทำได้แค่ดูเขาเล่นในสนามถึงจะรู้เรื่องนี้ได้”

เดิมพันกีฬาออนไลน์ SBOBET เรื่องหลังบ้านบาร์ซา

เดิมพันกีฬาออนไลน์ SBOBET

เดิมพันกีฬาออนไลน์ ดาวยิงจอมพริ้วของเจ้าบุญทุ่มยืนยันไม่ขอพูดเรื่องในห้องแต่งตัวของสโมสร ชี้มันเป็นเรื่องส่วนตัว

เนย์มาร์ กองหน้าจอมลีลาของบาร์เซโลนา ปฏิเสธที่จะเอ่ยปากถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในห้องแต่งตัวของสโมสร

เรื่องราวในแคมป์อาซูลกรานาตกเป็นข่าวใหญ่ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังมีรายงานระบุว่า ลิโอเนล เมสซี มีปัญหาขัดแย้งกับ หลุยส์ เอ็นริเก้ จนเรื่องราวบานปลายใหญ่โต

เดิมพันกีฬา อย่างไรก็ตาม กัปตันทีมชาติบราซิลที่เพิ่งซัด 2 ประตู ช่วยทีมถลุงเอลเช 5-0 ในเกมโปา เดล เรย์ เมื่อคืนนี้ กลับรูดซิปปากเงียบถึงประเด็นดังกล่าว พร้อมเผยว่ามันเป็นเรื่องราวส่วนตัว

“ผมจะไม่พูดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในห้องแต่งตัว ผมมีความสุขกับผลงานของทีมและตัวเอง ทุกคนมีเกมที่ยอดเยี่ยมจริงๆ” เนย์มาร์ กล่าวหลังจบเกมเมื่อคืนนี้

“ผมย้ำอีกครั้งนะว่าจะไม่พูดถึงเรื่องราวในห้องแต่งตัว มันเป็นเรื่องราวส่วนตัวของพวกเรานะ”